RSS Feed

แผนที่

1.1        แผนที่ เป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการเรียนวิชาภูมิศาสตร์เป็นอย่างมากเนื่องจากการเรียนวิชานี้ต้องกล่าวถึงสถานที่ที่มีขนาดต่างกัน  ทั้งที่เป็นธรรมชาติและสิ่งที่มุนษย์สร้างขึ้น  ตลอดจนปรากฏการณ์ต่างๆ  ที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวโลก  และสิ่งที่จะสามารถนำมาใช้อธิบายสภาพพื้นที่  สถานที่ได้ดีที่สุด  คือ  แผนที่

1.)         ความหมายของแผนที่  พจนานุกรมศัพท์ทางภูมิศาสตร์  ฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของแผนที่ไว้ว่า  “แผนที่  หมายถึง  สื่อรูปแบบหนึ่งที่ถ่ายทอดข้อมูลของโลกในรูปกราฟิก  โดยการย่อส่วนให้เล็กลงด้วยมาตราส่วนขนาดต่างๆ  และเส้นโครงแผนที่แบบต่างๆ  ให้เข้าใจตรงตามวัตถุประสงค์ด้วยการใช้สัญลักษณ์”  ดังนั้น  จึงกล่าวไว้ว่า  แผนที่เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อแสดงลักษณะของพื้นผิวโลก  และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวโลก  และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวโลก  ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น  ด้วยการย่อส่วนให้มีขนาดเล็กลงตามอัตราส่วนที่ต้องการและใช้สัญลักษณ์แทนสิ่งต่างๆ  ที่มีอยู่จริงบนผิวโลก  ทั้งนี้จะคงความเหมือนจริงทั้งขนาด  รูปร่าง  ทิศทาง  และตำแหน่งที่ตั้งไว้

2.)        ชนิดของแผนที่  แผนที่สามารถแบ่งออกได้หลายชนิดหลายลักษณะ  ขึ้นอยู่กับว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง  ทั้งนี้โดยทั่วไปนิยมแบ่งเป็น  2  ชนิด  คือ

2.1)  แผนที่ภูมิประเทศ  (Topographic  Map)  เป็นแผนที่แสดงข้อมูลรายละเอียดของผิวโลกที่เกี่ยวกับภูมิลักษณ์แบบต่างๆ  ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  เช่น  ภูเขา  ที่ราบสูง  ที่ราบ  แม่น้ำ  ทะเล  ทะเลสาบ  เป็นต้น  และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น  เช่น เมือง  หมู่บ้าน  พื้นที่เกษตรกรรม  อ่างเก็บน้ำ  ถนน  ทางรถไฟ  เป็นต้น

แผนที่ภูมิประเทศแสดงความสูงต่ำของผิวโลกด้วยเส้นชั้นความสูง  (contour  line)  และหมุดระดับ  (bench  mark)  จัดทำโดยกรมแผนที่ทหาร  แผนที่ภูมิประเทศที่ใช้กันมากมี  2  มาตราส่วน  ได้แก่  แผนที่มาตราส่วนเล็ก  คือ  มาตราส่วน  1 : 250,000  และแผนที่มาตราส่วนใหญ่  คือ  มาตราส่วน 1 : 50,000  เนื่องจากแผนที่ภูมิประเทศทั้งสองมาตราส่วนจัดทำขึ้นจากข้อมูลที่ได้มาจากรูปถ่ายทางอากาศและภาพจากดาวเทียม  จึงได้ข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวโลกที่ถูกต้องและทันสมัย  มีจุดพิกัดภูมิศาสตร์อ้างอิงได้  จึงเป็นแผนที่ที่มีความนิยมใช้ในงานสาขาอื่นๆ  เช่น  การสร้างถนน  การสร้างเขื่อน  การสร้างเมืองใหม่  การป้องกันอุทกภัย  เป็นต้น

2.2)  แผนที่เฉพาะเรื่อง  (Thematic  Map)  เป็นแผนที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงข้อมูลหลักเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  เช่น  แผนที่ประชากร  แผนที่อากาศ  แผนที่ป่าไม้  แผนที่ท่องเที่ยว แผนที่เหล่านี้จะมีการสำรวจเพิ่มเติมหรือปรับแก้ไขข้อมูลให้ทันสมัยเป็นระยะๆ  ไปมาตราส่วนของแผนที่เฉพาะเรื่องมีความหลากหลายตามลักษณะข้อมูลที่ต้องการแสดง  แต่ส่วนมากจะเป็นมาตราส่วนเล็ก  เช่น  มาตราส่วนเล็กกว่า  1 : 1,000,000  1 : 500,000  หรือ 1 : 250,000  เป็นต้น  ส่วนแผนที่เฉพาะเรื่องที่มีลักษณะเชิงวิชาการ  เช่น  แผนที่ชุดดิน  แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน  แผนที่ธรณีวิทยาและแหล่งแร่  อาจทำเป็นแผนที่มาตราส่วน  1 : 100,000  หรือ  1 : 50,000  แต่พื้นที่เฉพาะเรื่องบางชนิดที่ต้องการแสดงเฉพาะพื้นที่ขนาดเล็ก  เช่น  ทรัพยากรธรรมชาติในตำบลหรือหมู่บ้านอาจจะมีการจัดทำแผนที่มาตราส่วนใหญ่ได้

เนื่องจากแผนที่เฉพาะเรื่องมีความหลากหลายชนิดมาก  จึงได้นำเสนอตัวอย่างเพียงบางชนิด  ดังนี้

  • (1)        แผนที่ท่องเที่ยว  มีการจัดทำทั้งในระดับประเทศ  ระดับภาค  และระดับจังหวัด  โดยเน้นข้อมูลด้านการเดินทาง  ได้แก่  ถนน  ทางรถไฟ  ที่ตั้งจังหวัด  อำเภอ  สถานที่  ท่องเที่ยว  สถานที่พัก  ร้านอาหาร  แผนที่ท่องเที่ยวมีรูปแบบที่เข้าใจง่าย  ดังนั้นจึงมักจัดพิมพ์มาตราส่วนเล็ก  เช่น 1 : 1,000,000  หรือ  1 : 2,000,000  หรือเล็กกว่า  เป็นต้น(2)       แผนที่แสดงเส้นทางคมนาคม  แผนที่นี้จัดทำโดยกรมทางหลวง  เพื่อแสดงรายละเอียดของเส้นทางคมนาคม  ได้แก่  ถนน  ทางรถไฟ  สนามบิน  เป็นหลัก  แผนที่แสดงเส้นทางคมนาคมมีประโยชน์เพื่อใช้กำหนดเส้นทาง  ระยะทางโดยประมาณ และการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหา  เนื่องจากมีข้อมูลไม่มากนัก  แผนที่ที่พิมพ์ออกมาจึงมีมาตราส่วนเล็ก  เช่น  1 : 1,000,000  หรือเล็กกว่า  เป็นต้น

    (3)       แผนที่ธรณีวิทยา  เป็นแผนที่ที่แสดงอายุของหิน  หน่วยหิน  ชนิดหิน  และโครงสร้างทางธรณีวิทยา  นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูลประกอบอื่นๆ  เช่น  ทางหลวงสายสำคัญ  ที่ตั้งของจังหวัด  เป็นต้น โดยข้อมูลประกอบจะแตกต่างกันไปตามมาตราส่วน แผนที่ธรณีวิทยามาตราส่วน                    1 : 1,000,000  1 : 250,000  และ  1 : 50,000  จะมีการนำมาใช้งานมาก  ซึ่งแผนที่นี้จัดทำโดยกรมทรัพยากรธรณี

    (4)       แผนที่การใช้ที่ดิน  แผนที่นี้แสดงการใช้ประโยชน์ที่ดิน  โดยเฉพาะด้านการเกษตร  มาตราส่วนที่จัดทำ  เช่น  1 : 1,000,000  และ  1 : 250,000  และ  1 : 50,000  และเนื่องจากการใช้ประโยชน์ที่ดินมีการเปลี่ยนแปลงมากและรวดเร็ว  แผนที่การใช้ที่ดินจึงต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา  ซึ่งเป็นงานที่ละเอียดและต้องใช้เวลามาก  แต่ในปัจจุบันมีการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อจัดทำแผนที่การใช้ที่ดินทำให้การทำงานรวดเร็วมากขึ้น  แผนที่นี้จัดทำโดยกรมพัฒนาที่ดินหรือสำรักงานเศรษฐกิจการเกษตร

    3.)          องค์ประกอบแผนที่  แผนที่โดยทั่วไปมีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้

    4.)        การอ่านแผนที่  แผนที่เป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตหลายประการ  เช่น  ใช้แผนที่ในการเดินทาง  การวางแผนการท่องเที่ยว  การศึกษาสภาพของพื้นที่เพื่อการป้องกันและแก้ปัญหาภัยพิบัติต่างๆ  เป็นต้น  ดังนั้น  ผู้ใช้หรือผู้ศึกษาแผนที่จึงควรมีความรู้และความเข้าใจองค์ประกอบต่างๆ  ของแผนที่  และฝึกฝนการอ่านแผนที่อยู่เสมอ  จึงจะสามารถอ่านแผนที่ได้อย่างถูกต้อง  รวดเร็ว  และนำข้อมูลที่ต้องการจากแผนที่ไปใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์

    จากแผนที่ภูมิประเทศบริเวณเขาพนมรุ้ง  มาตราส่วนเดิม  1 : 50,000  ของกรมแผนที่ทหาร  มีข้อมูลและข่าวสารด้านภูมิลักษณ์  ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและสิ่งที่มุนษย์สร้างขึ้นแสดงด้วยสัญลักษณ์แผนที่  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

    5.)        ประโยชน์ของแผนที่  แผนที่เป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่มีความจำเป็นสำหรับการศึกษาสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์  และเป็นประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ  ของมนุษย์  ดังนี้

    1.  ใช้ในชีวิตประจำวัน  เช่น  ใช้แสดงเส้นทางคมนาคมในการเดินทาง  เป็นต้น
    2. ใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว แผนที่มีประโยชน์ในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว  การวางแผนการท่องเที่ยว  รวมถึงการตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว
    3. ใช้ในการรายงานปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น แผนที่แสดงอุณหภูมิ แผนที่แสดงการเคลื่อนที่ของพายุ  ซึ่งทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น  เป็นต้น
    4. ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนสร้างระบบสาธารณูปโภค  เช่น  วางแผนการตัดถนน  วางระบบโทรคมนาคม  วางสายไฟฟ้า  วางท่อประปา  การสร้างเขื่อน  เป็นต้น
    5. ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  เช่น  แผนที่แสดงความหนาแน่นของประชากร  แผนที่แสดงแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจ  ซึ่งช่วยทำให้ทราบข้อมูลพื้นฐานเพื่อนำไปวางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมต่อไป  เป็นต้น
    6. ใช้ในกิจการทางทหาร  โดยนำไปเป็นข้อมูลในการวางแผนทางยุทธศาสตร์ เช่น  การเลือกตั้งที่ค่ายทหาร  การทิ้งระเบิดโจมตีทางอากาศ  เป็นต้น
    7. ใช้ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  เช่น  ใช้เป็นข้อมูลในการสำรวจและปักปันเขตแดน  เป็นต้น
    8. ใช้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพื้นที่  เช่น  ศึกษาชนิด  คุณภาพ  และการกระจายดิน ธรณีวิทยา  ป่าไม้  เป็นต้น

ที่มา : http://etcgeography.wordpress.com/2011/07/19/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-1/

เอกสาร : http://bunnjong.files.wordpress.com/2010/08/unit11.pdf

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: