RSS Feed

พฤติกรรมการบริโภค

การบริโภค

ความหมายของการบริโภค คือ การใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการทั้งในรูปของการบริโภคและอุปโภค ซึ่งการบริโภคหมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าโดยการนำเข้าสู่ร่างกาย ส่วน อุปโภคจะหมายถึง การใช้ประโยชน์จากสินค้านั้นโดยไม่ต้องผ่านเข้าสู่ร่างกาย

ประเภทของการบริโภคมีทั้งหมด 2 แบบ คือ
1.การบริโภคโดยตรง : การบริโภคที่ให้อรรถประโยชน์แก่ผู้บริโภคขณะที่กำลังบริโภค เช่น การแปรงฟัน อาบน้ำ ฟังเพลง ดื่มน้ำ เป็นต้น
2.การบรโภคทางอ้อม : การบริโภคที่ให้อรรถประโยชน์แก่ผู้บริโภคในเวลาต่อไป เช่น การใช้น้ำมัน วัตถุดิบต่างๆ การใช้เครื่องจักรผลิตสินค้า เป็นต้น

พฤติกรรมการบริโภค

พฤติกรรมการบริโภค หมายถึง การตัดสินใจเลือกสินค้าและบริการ ภายใต้งบประมาณที่มีเพื่อความพึงพอใจสูงสุด

การบริโภค (consumption) หมายถึงการกินหรือการใช้สินค้าและบริการเพื่อสนองตอบความต้องการของมนุษย์

ผู้บริโภคต้องเผชิญกับการที่มีทรัพยากรจำกัดและต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการบริโภคสินค้าสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับคือความพอใจในสินค้านั้นๆเรียกทางเศรษฐศาสตร์ว่า “อรรถประโยชน์” ซึ่งหมายถึงความสามารถในการบำบัดความต้องการที่มีอยู่ในตัวสินค้า  เราเรียกอรรถประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับจากบริโภคสินค้าจำนวนต่างๆกันว่า อรรถประโยชน์รวม  เมื่อผู้บริโภคสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ละหน่วยสินค้าเพิ่มขึ้นย่อมมีอรรถประโยชน์ที่แตกต่างกัน เราเรียกอรรถประโยชน์ที่เกิดจากแต่ละหน่วยของสินค้าที่บริโภคขึ้นว่า อรรถประโยชน์หน่วยสุดท้าย  อรรถประโยชน์หน่วยสุดท้ายคือค่าที่บอกให้รู้ว่าเมื่อปริมาณการบริโภคสินค้าเปลี่ยนแปลงไป 1 หน่วย อรรถประโยชน์รวมจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด  ในการบริโภคสินค้า

ลักษณะของสินค้าเพื่อการบริโภคแบ่งได้ 3 ประเภท

  1. สินค้าคงทน มีอายุการใช้งานนาน เช่น รถยนต์ บ้าน โทรทัศน์
  2. สินค้าไม่คงทน เป็นสินค้าใช้แล้วสิ้นเปลือง เช่น สบุ่ ยาสีฟัน อาหาร
  3. การบริโภคบริการ

ปัจจัยที่กำหนดการบริโภค

  1. รายได้ ถ้ามีรายได้น้อยการใช้จ่ายในการบริโภคย่อมต่ำ ถ้ารายได้สูงขึ้นผู้บริโภคจะใช้จ่ายมากขึ้น ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้น
  2. ราคาสินค้า  หากคาดคะเนว่าราคาสินค้าในอนาคตจะสูงขึ้นผู้บริโภคจะรีบซื้อสินค้านั้นมากักตุน ส่วนของรายได้ที่นำไปใช้จ่ายจะสูงขึ้น
  3. รสนิยม รสนิยมผู้บริโภคย่อมแตกต่างกัน และมีการเอาอย่างกันในการบริโภคจึงมีการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟื่อย
  4. ระบบเงินผ่อน  เป็นการเพิ่มโอกาสในการบริโภคเพราะไม่ต้องชำระเงินครั้งเดียว และผู้มีรายได้น้อยสามารถซื้อสินค้าที่มีราคาแพงได้

ปัจจัยที่กำหนดความยืดหยุ่นของความต้องการของผู้บริโภค

  1. ความสามารถในการหาสินค้ามาใช้ทดแทน สินค้าชนิดใดที่สามารถใช้สินค้าอื่นทดแทนได้ง่ายหลายชนิดในปริมาณมากสินค้านั้นจะมีความยืดหยุ่นสูง
  2. ความจำเป็นของสินค้าต่อการดำรงชีพ  สินค้าชนิดใดที่จำเป็นต่อการดำรงชีพจะมีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่ำเพราะผู้บริโภคไม่อาจลดการบริโภคสินค้าชนิดนี้ลง
  3. อายุการใช้งานของสินค้า สินค้าชนิดใดที่มีอายุการใช้งานนาน จะมีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่ำ เพราะไม่ซื้อสินค้าชนิดนั้นบ่อย
  4. สัดส่วนของรายได้ที่ใช้ซื้อสินค้าชนิดนั้นต่อรายได้ทั้งหมด   ถ้าค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าอาหาร การเปลี่ยนแปลงราคาอาหารจะกระทบกระเทือนต่ออุปสงค์ในอาหาร
  5. ระยะเวลา  ยิ่งระยะเวลายาวนานเพียงใดผู้บริโภคจะมีโอกาสปรับปริมาณการซื้อสินค้ามากขึ้นเพราะจะมีสินค้าชนิดใหม่ๆมากชนิดที่จะใช้แทนสินค้าที่มีอยู่เดิม

วิธีการพิจารณาในการเลือกซื้อสินค้า

  1. ความจำเป็น ประโยชน์การใช้สอย
  2. มาตรฐานของสินค้า  คุณภาพของสินค้า เช่นมี อย.  มอก.  ISO
  3. ปริมาณของสินค้าเมื่อเทียบกับสินค้าชนิดเดี่ยวกัน
  4. ราคาสินค้าต่อหน่วย
  5. ระยะเวลาในการการรับประกันสินค้า
  6. อายุการใช้งาน
  7. อะไหล่  วัสดุที่ใช้ซ่อมแซม
  8. ภาชนะ หีบห่อ
  9. วัน เดือนปีที่ผลิต และวันหมดอายุ

ที่มา : www.mwit.ac.th/~daramas/consum.doc+&cd=1&hl=th&ct=clnk&gl=th and also thaigoodview.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: